Categories
Uncategorized

สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยข้อมูลอัปเดตล่าสุด: 4 มกราคม

สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยข้อมูลอัปเดตล่าสุด: 4 มกราคม 2564 | 11:49 น.

ติดเชื้อเพิ่มขึ้น745สะสม 8,439
เสียชีวิต65เพิ่มขึ้น 1
รักษาตัว4,022เพิ่มขึ้น 729
หายแล้ว4,352เพิ่มขึ้น 15
แชร์

กราฟสถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19

22 มี.ค.1 มิ.ย.11 ส.ค.24 ต.ค.4 ม.ค.02,5005,0008,4390200400745

  • ติดเชื้อรายใหม่
  • ติดเชื้อสะสม
  • เสียชีวิต
  • รักษาตัว
  • หายแล้ว
แชร์

สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละจังหวัด

จังหวัดติดเชื้อสะสม
1. สมุทรสาคร
1,823
2. กรุงเทพมหานคร
1,682
3. ระยอง
322
4. ชลบุรี
298
5. ภูเก็ต
230
6. นนทบุรี
181
7. สงขลา
136
8. ยะลา
133
9. สมุทรปราการ
130
10. ปัตตานี
91
11. นครปฐม
85
12. เชียงราย
73
13. ปทุมธานี
55
14. เชียงใหม่
47
15. จันทบุรี
47
16. นราธิวาส
44
17. ฉะเชิงเทรา
34
18. กระบี่
29
19. นครราชสีมา
26
20. เพชรบุรี
22
21. ชุมพร
21
22. สตูล
20
23. สมุทรสงคราม
19
24. ตาก
19
25. สุราษฎร์ธานี
19
26. ราชบุรี
18
27. ประจวบคีรีขันธ์
17
28. อุบลราชธานี
17
29. สระบุรี
16
30. สุพรรณบุรี
16
31. ขอนแก่น
16
32. นครศรีธรรมราช
15
33. อยุธยา
14
34. พัทลุง
14
35. บุรีรัมย์
13
36. สระแก้ว
12
37. นครสวรรค์
11
38. ตราด
11
39. ปราจีนบุรี
11
40. ชัยภูมิ
11
41. สุรินทร์
11
42. กาญจนบุรี
9
43. อุดรธานี
9
44. ตรัง
8
45. ศรีสะเกษ
8
46. ชัยนาท
7
47. อุตรดิตถ์
7
48. พิษณุโลก
6
49. เลย
6
50. นครนายก
5
51. แม่ฮ่องสอน
5
52. ลำพูน
5
53. พิจิตร
5
54. ลำปาง
5
55. ลพบุรี
4
56. พะเยา
4
57. สุโขทัย
4
58. มุกดาหาร
4
59. หนองคาย
4
60. หนองบัวลำภู
4
61. ร้อยเอ็ด
4
62. เพชรบูรณ์
3
63. อำนาจเจริญ
3
64. กาฬสินธุ์
3
65. อ่างทอง
2
66. กำแพงเพชร
2
67. พังงา
2
68. นครพนม
2
69. มหาสารคาม
2
70. สิงห์บุรี
1
71. อุทัยธานี
1
72. แพร่
1
73. ระนอง
1
74. ยโสธร
1
75. สกลนคร
1
76. น่าน
0
77. บึงกาฬ
0
111223334444455667899111111111213151617181919222644474773136322
มากกว่า 100 ราย
51-100 ราย
11-50 ราย
1-10 ราย
ไม่มีผู้ติดเชื้อ
แชร์

สถิติผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกอัปเดตล่าสุด :4 มกราคม 2564 | 11:49 น.

ติดเชื้อสะสม85,502,232
เสียชีวิต1,850,607
หายแล้ว60,452,918
ประเทศติดเชื้อสะสมเสียชีวิตหายแล้ว
1. สหรัฐอเมริกา
20,636,663
351,580
0
2. อินเดีย
10,340,469
149,649
9,946,867
3. บราซิล
7,733,746
196,018
6,904,172
4. รัสเซีย
3,203,743
57,730
2,591,937
5. ฝรั่งเศส
2,712,975
65,164
201,308
6. สหราชอาณาจักร
2,662,699
75,137
6,094
7. ตุรกี
2,241,912
21,488
2,136,534
8. อิตาลี
2,155,446
75,332
1,503,900
9. สเปน
1,928,265
50,837
150,376
10. เยอรมนี
1,783,896
34,791
1,422,151
11. โคลอมเบีย
1,675,820
43,965
1,542,353
12. อาร์เจนตินา
1,640,718
43,482
1,452,960
13. เม็กซิโก
1,448,755
127,213
1,098,431
14. โปแลนด์
1,318,562
29,119
1,063,093
15. อิหร่าน
1,243,434
55,540
1,013,018
16. ยูเครน
1,107,137
19,630
755,810
17. แอฟริกาใต้
1,100,748
29,577
903,679
18. เปรู
1,018,099
37,773
958,682
19. เนเธอร์แลนด์
832,702
11,707
9,919
20. อินโดนีเซีย
765,350
22,734
631,937
21. เช็ก
740,481
11,960
612,214
22. เบลเยียม
650,011
19,701
0
23. โรมาเนีย
640,429
15,979
574,897
24. ชิลี
618,191
16,767
584,457
25. แคนาดา
606,076
15,880
510,595
26. อิรัก
597,774
12,834
543,720
27. บังกลาเทศ
516,019
7,626
460,598
28. ปากีสถาน
488,529
10,350
442,457
29. ฟิลิปปินส์
477,807
9,257
448,258
30. สวิตเซอร์แลนด์
452,296
7,747
317,600
31. โมร็อกโก
443,146
7,485
413,393
32. อิสราเอล
441,542
3,416
388,484
33. สวีเดน
437,379
8,727
0
34. โปรตุเกส
427,254
7,118
342,535
35. ออสเตรีย
365,768
6,324
338,831
36. ซาอุดีอาระเบีย
363,061
6,246
354,443
37. เซอร์เบีย
343,870
3,325
0
38. ฮังการี
327,995
9,884
168,381
39. จอร์แดน
298,208
3,903
276,485
40. เนปาล
261,859
1,878
254,494
41. ปานามา
253,736
4,140
201,816
42. ญี่ปุ่น
245,293
3,429
198,330
43. จอร์เจีย
229,169
2,603
220,442
44. อาเซอร์ไบจาน
220,265
2,733
194,843
45. เอกวาดอร์
214,614
14,059
190,350
46. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
213,231
679
189,709
47. โครเอเชีย
212,958
4,072
202,442
48. คาซัคสถาน
203,563
2,771
178,008
49. บัลแกเรีย
203,051
7,678
122,411
50. เบลารุส
199,962
1,451
182,630
51. เลบานอน
189,278
1,499
132,768
52. สโลวาเกีย
187,463
2,317
129,994
53. โดมินิกัน
173,331
2,418
132,935
54. เดนมาร์ก
169,358
1,374
137,183
55. คอสตาริกา
169,321
2,185
131,923
56. โบลิเวีย
162,661
9,201
133,247
57. อาร์เมเนีย
160,027
2,850
144,091
58. คูเวต
151,343
937
147,271
59. ลิธัวเนีย
146,637
1,643
77,362
60. มอลโดวา
145,873
3,037
133,247
61. กาตาร์
144,437
245
141,808
62. ตูนิเซีย
143,544
4,800
107,049
63. อียิปต์
142,187
7,805
113,898
64. เวสต์แบงก์และฉนวนกาซา
141,219
1,470
121,563
65. กรีซ
140,099
4,957
93,764
66. กัวเตมาลา
138,475
4,833
127,450
67. โอมาน
129,404
1,501
122,266
68. เมียนมา
126,345
2,728
109,548
69. เอธิโอเปีย
125,622
1,948
112,367
70. สโลวีเนีย
125,086
2,803
103,107
71. ฮอนดูรัส
123,369
3,180
57,348
72. มาเลเซีย
119,077
494
97,218
73. เวเนซุเอลา
114,230
1,034
108,268
74. บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
112,645
4,131
77,891
75. ปารากวัย
109,073
2,292
84,837
76. ไอร์แลนด์
101,887
2,259
23,364
77. ลิเบีย
101,414
1,510
74,381
78. แอลจีเรีย
100,408
2,772
67,808
79. เคนยา
96,802
1,685
79,073
80. จีน
96,160
4,784
90,159
81. บาห์เรน
93,478
352
90,686
82. ไนจีเรีย
90,080
1,311
75,044
83. มาซิโดเนียเหนือ
84,024
2,530
62,929
84. คีร์กีซสถาน
81,388
1,360
76,728
85. อุซเบกิสถาน
77,258
614
75,437
86. เกาหลีใต้
64,264
981
45,240
87. แอลเบเนีย
59,438
1,193
34,648
88. สิงคโปร์
58,697
29
58,487
89. กานา
55,168
335
53,928
90. คอซอวอ
51,965
1,344
42,637
91. อัฟกานิสถาน
51,526
2,191
41,727
92. นอร์เวย์
50,716
436
17,998
93. มอนเตเนโกร
49,195
689
39,347
94. เอลซัลวาดอร์
46,803
1,358
41,787
95. ลักเซมเบิร์ก
46,415
495
40,978
96. ศรีลังกา
44,774
211
37,252
97. ลัตเวีย
42,497
680
30,501
98. ฟินแลนด์
36,772
561
29,000
99. ยูกันดา
35,922
274
12,037
100. เอสโตเนีย
29,131
244
19,323
101. ออสเตรเลีย
28,504
909
25,778
102. แคเมอรูน
26,848
448
24,892
103. นามิเบีย
25,116
215
21,055
104. ไซปรัส
23,974
131
2,057
105. ซูดาน
23,316
1,468
13,524
106. โกตดิวัวร์
22,648
138
21,998
107. แซมเบีย
21,582
394
19,083
108. อุรุกวัย
20,823
204
15,125
109. เซเนกัล
19,697
421
17,515
110. โมซัมบิก
19,309
169
16,765
111. คองโก, สาธารณรัฐประชาธิปไตย
18,102
596
14,716
112. มาดากัสการ์
17,767
262
17,298
113. แองโกลา
17,642
408
11,223
114. ซิมบับเว
15,265
380
11,574
115. บอตสวานา
14,805
42
12,136
116. มอริเตเนีย
14,794
358
12,136
117. มัลดีฟส์
13,867
48
13,191
118. กินี
13,784
81
13,153
119. Tajikistan
13,300
90
12,980
120. มอลตา
13,082
220
11,275
121. จาเมกา
13,049
304
10,833
122. คิวบา
12,424
147
10,676
123. เคปเวิร์ด
11,920
113
11,580
124. ซีเรีย
11,710
729
5,546
125. เบลีซ
10,901
250
9,994
126. เฮติ
10,127
236
8,672
127. เอสวาตินี
9,943
231
7,113
128. กาบอง
9,571
64
9,388
129. รวันดา
8,676
101
6,752
130. ไทย
8,439
65
4,352
131. อันดอร์รา
8,192
84
7,517
132. บาฮามาส
7,914
175
6,239
133. มาลี
7,253
278
4,913
134. ตรินิแดดและโตเบโก
7,168
127
6,690
135. คองโก, สาธารณรัฐ
7,107
108
5,846
136. บูร์กินาฟาโซ
7,051
86
5,259
137. มาลาวี
6,844
195
5,715
138. ซูรินาม
6,393
123
5,883
139. กายอานา
6,358
164
5,899
140. นิการากัว
6,046
165
4,225
141. จิบูตี
5,842
61
5,741
142. ไอซ์แลนด์
5,754
29
5,578
143. อิเควทอเรียลกินี
5,277
86
5,136
144. แอฟริกากลาง
4,963
63
1,924
145. โซมาเลีย
4,714
130
3,612
146. แกมเบีย
3,800
124
3,669
147. โตโก
3,702
68
3,474
148. ซูดานใต้
3,558
63
3,131
149. ไนเจอร์
3,465
110
1,986
150. เบนิน
3,251
44
3,061
151. Lesotho
3,206
65
1,496
152. เซียร์ราลีโอน
2,673
76
1,910
153. กินีบิสเซา
2,455
45
2,398
154. ซานมาริโน
2,428
59
2,042
155. ลิกเตนสไตน์
2,222
39
1,810
156. ชาด
2,213
104
1,720
157. นิวซีแลนด์
2,181
25
2,084
158. เยเมน
2,101
610
1,399
159. ไลบีเรีย
1,779
83
1,406
160. เวียดนาม
1,494
35
1,339
161. มองโกเลีย
1,286
1
878
162. เอริเทรีย
1,252
1
643
163. เซาตูเมและปรินซิปี
1,024
17
981
164. โมนาโก
907
3
733
165. Comoros
864
13
732
166. บุรุนดี
833
2
687
167. ไต้หวัน
812
7
689
168. ปาปัวนิวกินี
799
9
755
169. ภูฏาน
716
0
450
170. เรือสำราญไดมอนด์ปรินเซส
712
13
699
171. บาร์เบโดส
556
7
319
172. มอริเชียส
527
10
496
173. แทนซาเนีย
509
21
183
174. กัมพูชา
382
0
362
175. เซนต์ลูเซีย
353
5
289
176. เซเชลส์
297
0
214
177. บรูไน
172
3
149
178. แอนติกาและบาร์บูดา
160
5
148
179. เกรเนดา
127
0
107
180. เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์
124
0
100
181. โดมินิกา
88
0
83
182. ฟิจิ
49
2
44
183. ติมอร์เลสเต
46
0
32
184. ลาว
41
0
40
185. เซนต์คิตส์และเนวิส
33
0
31
186. สันตะสำนัก
27
0
15
187. Solomon Islands
17
0
5
188. เรือสำราญชานดอม
9
2
7
189. Marshall Islands
4
0
4
190. Samoa
2
0
2
191. Vanuatu
1
0
1
130. ไทย
8,439
65
4,352
Categories
Uncategorized

โควิดล่าสุด

โคโรนา ไวรัส เอกสาร โควิด 19

เอกสาร “รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19” ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กองควบคุมโรคติดต่อ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ชัดเจนและละเอียดกว่าที่กรมควบคุมโรค แถลงต่อสาธารณะ แต่เอกสารนี้หายไปจากเว็บไซต์ของ กทม แล้วในวันที่ 4 มี.ค. หลังจากมีผู้นำมาเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย

บีบีซีไทยแกะรอยเอกสารฉบับนี้หลังจากผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งโพสต์ภาพเอกสารที่มีรูปแบบเดียวกับเอกสารรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวันที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค แต่ต่างกันตรงที่สีของหัวกระดาษและชื่อรายงาน กล่าวคือเอกสารที่กรมควบคุมโรคเผยแพร่ต่อสาธารณะทางเว็บไซต์ของกรมมีหัวกระดาษสีน้ำเงินและใช้ชื่อว่า “รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019” ขณะที่เอกสารที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของกรมอนามัยมีหัวกระดาษสีชมพูและใช้ชื่อว่า “รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19”

เอกสารหัวสีชมพูยังมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยโควิด-19 ค่อนข้างละเอียด เช่น วันที่ตรวจพบเชื้อ อายุ สัญชาติ อาการป่วย และผลการตรวจห้องปฏิบัติการ

บีบีซีไทยเข้าถึงและดาวน์โหลดเอกสารฉบับนี้จากเว็บไซต์ของ กทม. เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของวันที่ 3 มี.ค. แต่ช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. ลิงค์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

เอกสาร โคโรนา ไวรัส โควิด 19

บีบีซีไทยแสดงเอกสารฉบับนี้ให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูในวันนี้และได้รับคำยืนยันว่า “เป็นเอกสารที่ใช้สื่อสารกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ หน่วยงานราชการ”

เมื่อถามว่าเอกสารหัวสีชมพูแตกต่างจากข้อมูลที่เผยแพร่บนเว็บไซต์กรมควบคุมโรคหรือไม่ อย่างไร นพ.ทวีศิลป์ตอบเพียงว่า “ขอย้ำว่า (ผู้ป่วย) ทุกรายยืนยัน ไม่ได้มีการปกปิดแน่นอน เราก็ทำงานกันเต็มที่” พร้อมกับบอกว่าเอกสารฉบับนี้ไม่ได้เป็นเอกสารปกปิด แต่ไม่อยากให้มีการเผยแพร่ต่อ

บีบีซีไทยพยายามติดต่อขอคำอธิบายจาก นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้แถลงข่าวหลักในเรื่องนี้ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

มีอะไรที่ไม่เปิดเผย

“รายงานสถานการณ์โรคไวรัสโคโรนา-19” ฉบับนี้ลงวันที่ 12 ก.พ.2563 เวลา 21.00 น. จัดทำโดยศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค มีทั้งหมด 11 หน้า แบ่งการรายงานสถานการณ์เป็นหัวข้อเช่นเดียวกับรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะบนเว็บไซต์กรมควบคุมโรค ได้แก่ สถานการณ์ในต่างประเทศ มาตรการในต่างประเทศ สถานการณ์ภายในประเทศ และมาตรการในประเทศไทย แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ตารางแสดงผู้ป่วยยืนยันโรคไวรัสโคโรนา-19 ณ วันที่ 12 ก.พ.มีทั้งหมด 33 ราย

ตารางนี้แสดงลำดับผู้ป่วย , วันที่ยืนยันผล, ชนิดของผู้ป่วย (เช่น คัดกรองจากสนามบิน เดินทางมาพบแพทย์เอง หรือเป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา) อาการป่วย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งทั้ง 33 รายระบุว่า “Coronavirus family: Detected” ที่อาจแปลเป็นไทยได้ว่า ตรวจพบเชื้อในตระกูลไวรัสโคโรนา

โคโรนา ไวรัส เอกสาร โควิด 19
คำบรรยายภาพ,ประชาชนต่อแถวเข้าซื้อหน้ากากอนามัย ที่กลายเป็นของหายากในไทย

ผู้ป่วยลำดับที่ 1 ยืนยันวันที่ 8 ม.ค. สัญชาติจีน อายุ 61 ปี คัดกรองจากสนามบินสุวรรณภูมิ ส่งเข้าห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร และผู้ป่วยลำดับสุดท้ายคือลำดับที่ 33 ในเอกสารฉบับนี้ระบุว่าเป็นคนสัญชาติจีน อายุ 54 ปี ยืนยันวันที่ 6 ก.พ. เป็นผู้เสี่ยงติดเชื้อที่อยู่ในข่ายเฝ้าระวัง เข้าห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร

เอกสารฉบับนี้ระบุว่า ณ วันที่รายงานคือ 12 ก.พ. “ผู้ป่วยยืนยันโรคไวรัสโคโรนา-19 ที่พบในประเทศไทย มีค่าเฉลี่ยอายุ 44 ปี (อายุตั้งแต่3-74 ปี) เป็นเพศชาย 18 ราย เพศหญิง 15 ราย (ชาย:หญิง = 1.2:1) สัญชาติ จีน 24 ราย ไทย 9 ราย ประวัติโรคประจำตัวที่พบได้แก่ ความดันโลหิตสูง (3 ราย) ความดันโลหิตสูงและหัวใจ (1 ราย) หลอดเลือดสมอง (1 ราย) ไวรัสตับอักเสบ B (1 ราย) ไม่มีประวัติ (27 ราย) เกิดจากการคัดกรองที่สนามบิน 3 ราย เข้ารับรักษาในโรงพยาบาลด้วยตนเอง19 ราย จากการติดตามผู้สัมผัส 10 ราย และคัดกรองพบในกลุ่มพลเมืองไทยที่รับกลับจากเมืองอู่ฮั่น 1 ราย”

แถลงช้ากว่าเหตุการณ์ ?

แม้จำนวนผู้ป่วยสะสมในเอกสารฉบับนี้จะตรงกับจำนวนผู้ป่วยสะสมที่ สธ.แถลงข่าวในช่วงนั้นคือ 33 ราย และข้อมูลของผู้ป่วยแต่ละรายก็ตรงกับข้อมูลที่มีการเปิดเผยในการแถลงข่าว แต่เอกสารนี้ชี้ให้เห็นว่ามีข้อมูลบางประการที่ สธ.ไม่กล่าวถึง หรือกล่าวถึงอย่างคลุมเครือ หรือเปิดเผยหลังจากที่ผู้ป่วยได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเป็นเวลาหลายวัน

ตัวอย่าง เช่น กรณีผู้ป่วยที่เป็นเด็กไทย อายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นผู้ป่วยลำดับที่ 31 ได้รับการยืนยันเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2563 แต่ สธ. ไม่ได้กล่าวถึงผู้ป่วยเด็กรายนี้อย่างชัดเจนในการแถลงข่าวในช่วงนั้น แต่กลับเพิ่งมาเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. หรือเกือบ 1 เดือนหลังจากยืนยันการติดเชื้อว่ามีผู้ป่วยที่เป็นเด็กหญิงวัย 3 ขวบซึ่งขณะนี้รักษาหายและกลับบ้านได้แล้ว

ไวรัส โคโรนา โควิด 19 เอกสาร

นอกจากนี้ยังมีการระบุถึงผู้ป่วยลำดับที่ 24 ซึ่งเข้ารับการรักษาที่ จ.กระบี่ และ ผู้ป่วยลำดับที่ 26 ซึ่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.วชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งในการแถลงข่าวของ สธ. มักไม่มีการเปิดเผยจังหวัดหรือพื้นที่ที่พบผู้ป่วย

รายงานสถานการณ์โควิด-19 ฉบับสื่อสารภายในนี้ สะท้อนให้เห็นว่า สธ.มีการคัดเลือกข้อมูลและจัดลำดับเวลาการเปิดเผยข้อมูลผู้ติดเชื้อ ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่บีบีซีไทยพบจากการติดตามการแถลงข่าวในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมาว่า สธ.มักจะแถลงยืนยันพบผู้ป่วยรายใหม่ หลังจากที่ตรวจพบเชื้อหลายวันหรือใกล้จะรักษาหายแล้ว ตัวอย่าง เช่น

  • วันที่ 31 ม.ค. สธ. แถลงข่าวว่าพบคนขับแท็กซี่อายุ 50 ปี เป็นคนไทยรายแรกที่ได้รับการยืนยันเป็นผู้ป่วยโควิด-19 แม้ไม่ได้เดินทางไปประเทศจีน ซึ่งแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยรายนี้ได้ออกมาเปิดเผยภายหลังว่า ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูรตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. และได้รับการตรวจยืนยันผลพบว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 ในวันที่ 31 ม.ค. นั่นหมายถึงว่า สธ. มีการแถลงข่าวยืนยันผู้ป่วยติดเชื้อในวันที่ผู้ป่วยตรวจไม่พบเชื้อและหายเป็นปกติแล้ว
  • วันที่ 22 ม.ค. สธ.แถลงยืนยันว่าหญิงไทยวัย 73 ปี หรือ “อาม่า” ชาว จ.นครปฐม เป็นผู้ติดเชื้อหลังกลับจากเมืองอู่ฮั่นแต่ทีมแพทย์ รพ.นครปฐม ให้ข้อมูลว่าหญิงคนนี้เข้ารับการรักษาตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. และออกจากโรงพยาบาลวันที่ 24 ม.ค. นั่นแสดงว่าการแถลงข่าวยืนยันว่า “อาม่า” เป็นผู้ป่วยรายใหม่นั้นเกิดขึ้นหลังจากเธอรักษาตัวมานานถึงหนึ่งสัปดาห์และเกือบหายเป็นปกติแล้ว